ประเภทบัญชีและการชำระราคา
บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance)
ซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทอินเตอร์เน็ต (Internet Trading)
การหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Automatic Transfer System, ATS)
การนำฝากเงินเข้าบริษัทฯ สำหรับบัญชี Cash Balance
การวางหลักประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ
การส่งมอบ-รับมอบหลักทรัพย์
การผิดนัดชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์
การแปลงสภาพหลักทรัพย์
การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
ขั้นตอนการถอนเงิน
การรับสิทธิต่างๆ (ปิดสมุดพักการโอนหลักทรัพย์)
คำอธิบายคำศัพท์ต่างๆ ในการรับสิทธิ
คำศัพท์การลงทุน


บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด [ไปข้างบน]

ประเภทบัญชี
- บัญชีเงินสดแบบมีวงเงิน (Cash Sattlement)

เป็นการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางเจ้าหน้าที่การตลาด โดยในขั้นตอนการเปิดบัญชีซื้อขาย ลูกค้าจะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเพื่อใช้คำนวณวงเงิน และเมื่อต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ ลูกค้าต้องสั่งซื้อขายผ่านทางเจ้าหน้าที่การตลาดเท่านั้น โดยบัญชีประเภทนี้ ลูกค้าจะต้องชำระราคา ค่าซื้อหลักทรัพย์ให้บริษัทฯ ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์ (T+3) และบริษัทฯ จะส่งมอบเงินค่าขายหลักทรัพย์ ให้แก่ลูกค้าที่ขายหลักทรัพย์ในวันทำการที่ 3 นับแต่วันที่สั่งขายหลักทรัพย์ได้ (T+3) โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ทางตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนด ให้ลูกค้าวางหลักประกันในบัญชีเงินสดเพื่อสร้างความมั่นคง ให้กับระบบการซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้น

 
- บัญชีเงินสดแบบ Cash Balance

คือ บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลูกค้าจะต้องทำการวางเงินประกัน เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ โดยให้ถือว่าเงินจำนวนดังกล่าว เป็นวงเงินที่ลูกค้า สามารถทำการสั่งซื้อหลักทรัพย์ได้ และวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า จะเปลี่ยนแปลงตามยอดวงเงินสดคงเหลือ ในบัญชีของลูกค้า

 

บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance) [ไปข้างบน]
 

คือ บัญชีที่มีการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งลูกค้าจะต้องวางเงินหรือหลักทรัพย์เป็นการประกันการชำระหนี้ ในอัตราส่วนขั้นต่ำของจำนวนเงิน ที่จะให้กู้ยืม เพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Initial Margin Rate) ไม่ต่ำกว่าอัตราที่สำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะให้เปิดบัญชีกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้กับลูกค้า ที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัทฯ อยู่ก่อนแล้วเป็นหลัก โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าลูกค้าดังกล่าว มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และไม่เคยมีปัญหาในการผิดนัดชำระเงิน ในระยะแรกบริษัทฯ จะให้บริการกู้ยืม เพื่อซื้อหลักทรัพย์แก่ลูกค้า โดยผ่าน บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (TSFC) แทนการปล่อยกู้เองโดยตรง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าภายหลังจากที่บริษัทฯ ดำเนินการเสนอขาย หุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อประชาชนเมื่อเดือน ตุลาคม 2547 ทำให้บริษัทฯ มีเงินกองทุนเพิ่มมากขึ้น สำหรับการให้กู้ยืม เพื่อซื้อหลักทรัพย์ แก่ลูกค้าของบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ยังคงมีนโยบายหลักที่จะเสนอการให้บริการดังกล่าวผ่าน TSFC ก่อนเป็นอันดับแรก หากลูกค้ามีความประสงค์ที่จะใช้บริการดังกล่าวจากบริษัทฯ เนื่องจากต้องการความสะดวก รวดเร็ว บริษัทฯ ก็จะพิจารณาเพื่อที่จะอนุมัติวงเงิน ให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์แก่ลูกค้า ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาอนุมัติ และการควบคุมที่เคร่งครัดและรัดกุม โดยบริษัทฯ จะมีการกำหนดวงเงินสูงสุดในการกู้ยืม เพื่อซื้อหลักทรัพย์แก่ลูกค้าทุกรายไว้ โดยการอนุมัติวงเงินให้กู้ยืมรวม ณ ขณะใดขณะหนึ่งจะต้องไม่เกิน วงเงินสูงสุด ทั้งนี้วงเงินให้กู้ยืมสูงสุดดังกล่าวจะถูกกำหนด โดยคณะกรรมการบริษัท

 
 

บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทอินเตอร์เน็ต (Internet Trading) [ไปข้างบน]

 
- บัญชี Internet แบบ Cash Balance

เป็นการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อขายได้ด้วยตนเอง แต่ต้องนำฝากเงินก่อนการซื้อขาย โดยหลังจากเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องฝากเงินเข้ามาที่บัญชีธนาคารของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะหักค่าซื้อจากเงินส่วนนี้ของท่าน

ข้อดี
  • เป็นการจำกัดวงเงินซื้อขายของลูกค้า
  • เงินที่ฝากไว้กับบริษัทฯ และไม่ได้มีการซื้อหลักทรัพย์ไป ทางบริษัทฯ มี ดอกเบี้ย ให้
 
- บัญชี Internet แบบมีวงเงิน (Cash Settlement)
 

เป็นการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโครงข่าย Internet ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตนเอง ภายในวงเงินที่บริษัทฯ กำหนดให้ จากการยื่นเอกสารทางการเงินประกอบในขั้นตอนการเปิดบัญชี เพื่อพิจารณาวงเงินที่จะใช้ในการซื้อขาย ลูกค้าจะได้รับค่าขายและต้องชำระค่าซื้อ 3 วันทำการ (T+3) หลังจากเกิดรายการซื้อขาย

 

การหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Automatic Transfer System, ATS) [ไปข้างบน]

 

การชำระราคาค่าซื้อหลักทรัพย์

ปัจจุบันนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550 ตลาดหลักทรัพย์กำหนดลูกค้าบุคคลธรรมดาทุกรายจะต้องชำระเงินเพียงวิธีเดียว คือการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Automatic Transfer System หรือ ATS) โดยลูกค้าจะต้องนำเงินเข้าในบัญชีของท่าน ภายในเวลา 14.00 น.ของวันที่ครบกำหนดชำระ (T+3) เนื่องจากระบบของธนาคารจะเริ่มทำการตัดบัญชีประมาณ 15.00 น.

 

วิธีการและเงื่อนไขในการชำระราคาโดยระบบหักโอนบัญชีอัตโนมัติ (ATS)

1. ลูกค้าจะต้องมีบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันกับธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยธนาคาร และธนาคารธนชาต (หรือธนาคารอื่นๆ ที่บริษัทฯ จะให้บริการในภายหลัง) สาขาใดสาขาหนึ่ง โดยที่ชื่อบัญชีเงินฝากดังกล่าวจะต้องตรงกับชื่อบัญชีของลูกค้าที่เปิดซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทฯเท่านั้น
2. ลูกค้าต้องกรอกรายละเอียดพร้อมลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก ตามแบบฟอร์ม ATSที่บริษัทฯ กำหนด และมอบให้บริษัทฯ เพื่อส่งให้ธนาคารสาขาที่ลูกค้ามีบัญชี ตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อและรายละเอียดของบัญชี
3. การชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์
  • บริษัทฯ จะหักบัญชีเงินฝากของลูกค้าตามจำนวนเงินในใบยืนยันคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ / ใบกำกับภาษีในวันครบกำหนดชำระ (T+3) ในกรณีที่ลูกค้ามียอดเงินคงเหลือ (Good Fund) ในบัญชีไม่เพียงพอที่จะหักชำระ บริษัทฯ จะถือว่าลูกค้าผิดนัดชำระราคา
  • หากลูกค้าผิดนัดชำระราคา ลูกค้าจะต้องชำระราคาด้วยเงินสด/เช็ค ที่สามารถเรียกเก็บได้ภายในวันนั้น (Good Fund) พร้อมดอกเบี้ยและค่าปรับตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทฯ กำหนด
  • กรณีที่บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าขายให้กับลูกค้า บริษัทฯ จะโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของบริษัทฯ เข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ T+3
4. การดำเนินการเพื่อให้บริการหักโอนบัญชีอัตโนมัตินี้ บริษัทฯ จะต้องใช้เวลาในขั้นตอนของธนาคาร เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะส่งเอกสารแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า และจะมีข้อความแจ้งในใบยืนยันคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ฯ / ใบกำกับภาษีของลูกค้าเมื่อเริ่มใช้ระบบ
   
   

ภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง
http://www.set.or.th/th/education/trading/tax_p1.html

 

การนำฝากเงินเข้าบริษัทฯ สำหรับบัญชี Cash Balance [ไปข้างบน]

การนำเงินเข้าบัญชีบริษัทในทุกประเภทบัญชี กรุณาระบุชื่อเจ้าของบัญชี และเลขที่บัญชีซื้อขายที่ต้องการให้บริษัทฯ บันทึกการฝากเงิน ลงบนที่ว่างของใบนำฝากเงิน (Pay-in Slip)
แล้วแฟกซ์มายังบริษัทฯหมายเลขโทรสาร 0-2680-0840 ฝ่ายบริการชำระราคา

 

บัญชีธนาคารของบริษัทฯ

ชื่อบัญชี “บริษัทหลักทรัพย์ไซรัส จำกัด (มหาชน)

ชื่อย่อ ธนาคาร สาขา ประเภทบัญชี เลขที่บัญชี
BBL กรุงเทพ สยามสแควร์ กระแสรายวัน 152-3-11083-9
(เพื่อจองซื้อหุ้นเท่านั่น)
BBL กรุงเทพ สยามสแควร์ กระแสรายวัน 152-3-11029-2
SCB ไทยพาณิชย์ ถนนวิทยุ กระแสรายวัน 049-3-12208-9
KBANK กสิกรไทย ถนนหลังสวน กระแสรายวัน 082-1-07691-9
BAY กรุงศรีอยุธยา เพลินจิตทาวเวอร์ กระแสรายวัน 285-0-01141-1
UOB ยูโอบี อัมรินทร์พลาซ่า กระแสรายวัน 004-1-03637-7
TMB ทหารไทย ราชประสงค์ กระแสรายวัน 011-1-06220-4
KTB กรุงไทย พระปิ่นเกล้า กระแสรายวัน 031-6-03938-1
BT ไทยธนาคาร ย่อยหลังสวน กระแสรายวัน 053-3-00250-5
TBANK ธนชาต สำนักต้นสน กระแสรายวัน 001-3-00755-4
 

ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์

คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นควรปรับปรุงข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2550 – 31 ธันวาคม 2550 ดังนี้

 
อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์
 
ประเภทลูกค้า ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด (ไม่รวม VAT 7%) Internet trading (ไม่รวม VAT 7%) ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน
(ไม่รวม VAT 7%)
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
บัญชีเงินสด (Cash) 0.25% 0.20% 50 บาท 1 มี.ค. 2550
บัญชีฝากเงินล่วงหน้า (Cash Balance) 0.25% 0.15% 50 บาท 1 มี.ค. 2550
บัญชี Credit Balance 0.25% 0.15% 50 บาท 1 มี.ค. 2550
ลูกค้าสถาบัน 0.25% 0.15% ตามจริง 1 มี.ค. 2550
 

การวางหลักประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ
[ไปข้างบน]

  • การฝากเงิน
    - การฝากประเภทเงินสดเป็นหลักประกัน ท่านต้องฝากเข้าบัญชีบริษัทฯ  เท่านั้น  บริษัทฯ จะคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ให้ท่านในวันทำการถัดไป
    - การฝากเป็นเช็คเพื่อวางเป็นหลักประกัน ท่านจะต้องนำฝากให้ทันเวลาเคลียริ่งของธนาคาร  โดยบริษัทจะคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ให้ท่านภายหลังที่เช็คได้ผ่านการเรียกเก็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ทั้งนี้ ท่านจะต้องแจ้งและจัดส่งหลักฐานการนำฝากให้บริษัทฯ ทราบ
  • การฝากหลักทรัพย์ หากท่านนำหลักทรัพย์ฝากโอนเข้าบัญชีบริษัทฯ โดยท่านต้องแจ้งและจัดส่งหลักฐานการนำฝากให้บริษัทฯ ทราบเพื่อเพิ่มวงเงินซื้อขายให้แก่ท่านในวันทำการถัดไป
  • การถอนหลักประกัน ท่านต้องแจ้งความประสงค์ในการถอนเงิน หรือ ขอถอน/เบิก/โอนหลักทรัพย์ และลงนามในแบบฟอร์มการถอนเงินตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยแจ้งล่วงหน้า 1 วันทำการภายในเวลา 12.00 น. (ในกรณีดำเนินการแจ้งถอนไม่ทันตามกำหนดจะถือว่าแจ้งถอนในวันทำการถัดไป)
  • การนำเงินค่าขายวางเป็นประกัน ในกรณีที่ท่านประสงค์จะให้บริษัทฯ ดำเนินการหักเงินค่าขายหลักทรัพย์ของท่านเพื่อวางเป็นหลักประกันในการคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ในจำนวนไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินซื้อขายที่บริษัทฯ อนุมัติให้แก่ท่าน หลังจากที่ได้ขายหุ้นในบัญชีหมดแล้ว เพื่อทำให้ท่านมีวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ได้ ขอให้ท่านแจ้งความประสงค์ ต่อบริษัทฯ ให้ทราบเพื่อดำเนินการ ตามแบบฟอร์ม

    อนึ่ง ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์ให้หักเงินค่าขายเพื่อวางเป็นหลักประกัน และท่านได้ขายหุ้นในบัญชีหมดแล้ว โดยไม่มีทรัพย์สินอื่นวางไว้เป็นหลักประกัน ท่านจะไม่สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้จนกว่าจะได้นำทรัพย์สินมาวางเป็นหลักประกันก่อนการซื้อขาย
 

การส่งมอบ-รับมอบหลักทรัพย [ไปข้างบน]

  • รายการซื้อทุกรายการที่ซื้อผ่านบริษัทฯ บริษัทฯ ถือว่าลูกค้าฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้กับบริษัทฯ ณ สิ้นวันที่มีการซื้อ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการขายครั้งต่อไป
  • รายการขาย บริษัทฯ จะตัดยอดบัญชีหลักทรัพย์ที่ลูกค้าฝากอยู่ก่อน ณ สิ้นวันที่มีรายการขาย หากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้ไม่เพียงพอลูกค้าจะต้องส่งมอบภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ T+1
  • ลูกค้าสามารถเบิก/โอนหลักทรัพยที่บริษัทฯได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว ซึ่งจะมีผลในวันที่ T+4 โดยที่ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเบิก / โอนหลักทรัพย์ต่อรายการดังนี้
 
การถอนใบหลักทรัพย์ 100 บาท/รายการ
การโอนหลักทรัพย์ไป Broker อื่น 50 บาท/รายการ
 

การผิดนัดชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ [ไปข้างบน]

  • การชำระราคาค่าซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้าที่บริษัทฯ ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ภายในวันครบกำหนด (T+3) ลูกค้าจะต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด กล่าวคือ 2 วันทำการแรกปรับวันละ 500 บาทต่อรายการ วันทำการถัดไปปรับอีกวันทำการละ 1,000 บาทต่อรายการ และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี
  • การส่งมอบหลักทรัพย์เกินกำหนดเวลา ลูกค้าจะต้องเสียค่าปรับตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดซึ่งเรียกเก็บค่าปรับขั้นต่ำ 300 บาทต่อรายการ
 

การแปลงสภาพหลักทรัพย์ [ไปข้างบน]

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อขายหลักทรัพย์ในกระดานต่างประเทศซึ่งค่อนข้างขาดสภาพคล่อง นักลงทุนต่างชาติมีทางเลือกที่จะสั่งซื้อหลักทรัพย์ในกระดานหลักแล้วแจ้งบริษัทเกี่ยวกับการขอแปลงสภาพหลักทรัพย์กลับไปอยู่บนกระดานต่างประเทศ การแปลงสภาพหลักทรัพย์สามารถทำได้เมื่อสิทธิ์ของต่างชาติในการถือครองหลักทรัพย์บริษัทนั้นบนกระดานต่างประเทศว่างพอ 
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปลงสภาพ โปรดติดต่อ
คุณณรงค์ศักดิ์/บุญสม  โทรศัพท์   0-2646-9931 ถึง 2

 

การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน [ไปข้างบน]

 
[Download แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ]


ลูกค้าที่ต้องการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นส่งคำสั่งซื้อขายแทนตนเอง กรุณาแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่การตลาดของท่าน เพื่อดำเนินการเซ็นเอกสารไว้เป็นหลักฐาน ดังต่อไปนี้

  • หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
  • บัตรตัวอย่างลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจ 2 แผ่นๆ ละ 2 ลายเซ็น
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ
  • ค่าอากรแสตมป์ติดหนังสือมอบอำนาจ ฉบับละ 30 บาท
 

ขั้นตอนการถอนเงิน [ไปข้างบน]

การถอนเงินจากบริษัทในทุกประเภทบัญชี กรุณากรอกใบคำขอถอนเงินพร้อมจัดส่งต้นฉบับมายัง
ฝ่ายบริการชำระราคา เลขที่ 1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้น 31 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2680-0851-57

 

การรับสิทธิต่างๆ (ปิดสมุดพักการโอนหลักทรัพย์) [ไปข้างบน]

  • สิทธิมีหลายชนิด เช่น สิทธิในการรับเงินปันผล, สิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น, สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน เป็นต้น บริษัทจดทะเบียนต่างๆ จะประกาศวันปิดสมุดจดทะเบียน ให้นับย้อนหลังขึ้นมา 3 วันทำการ จะเป็นวันที่ขึ้นเครื่องหมาย เช่น BBL ประกาศจ่ายปันผล โดยกำหนดวันปิดสมุดจดทะเบียนไว้วันที่ 24 เมษายน 2550 เพราะฉะนั้นวันที่จะขึ้นเครื่องหมาย XD คือวันที่ 19 เมษายน 2550 ลูกค้าที่ต้องการรับเงินปันผลของ BBL จะต้องถือหลักทรัพย์จนถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย คือวันที่ 19 เมษายน 2550 โดยจะสามารถขายได้ในวันที่ 19 เมษายน 2550 ก็จะยังคงได้รับสิทธินั้นอยู่
  • ลูกค้าจะได้รับสิทธิต่างๆ จากการปิดสมุดจดทะเบียน ก็ต่อเมื่อ เป็นลูกค้าสัญชาติไทย จะต้องถือหุ้น Local แต่ถ้าเป็นลูกค้าต่างชาติ ต้องถือหุ้น Foreign เท่านั้น ถ้าไม่ตรงตามนี้ จะไม่ได้รับสิทธิใดๆ
  • การปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหลักทรัพย์ เพื่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น เงินปันผล, หุ้นเพิ่มทุน, ประชุมผู้ถือหุ้น ฯลฯ บริษัทฯ จะจัดส่งข้อมูลจำนวนหุ้นในบัญชี และข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าในฐานะผู้ถือหุ้นให้แก่นายทะเบียนของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อให้นายทะเบียนดำเนินการจัดสรรสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าโดยตรงต่อไป
  • ดังนั้นเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของลูกค้าที่นายทะเบียนจะติดต่อทางไปรษณีย์ลงทะเบียนจึงต้องชัดเจน ถูกต้อง และมีผู้เซ็นรับปลายทางโดยเฉพาะกรณีแจ้งสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน
  • หลักทรัพย์ที่อยู่ในระหว่างปิดสมุดทะเบียนพักการโอนฯ ที่ลูกค้าฝากไว้ในบัญชีของบริษัทฯ สามารถซื้อขายได้ตามปกติ แต่ยังไม่สามารถเบิกเป็นใบหุ้นได้จนกว่าการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนฯ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
 

คำอธิบายคำศัพท์ต่างๆ ในการรับสิทธิ [ไปข้างบน]

XD , XR , XW , XS , XT , XI, XP, XA (เครื่องหมายแสดงการไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ)

เครื่องหมายที่ตลาดหลักทรัพย์แสดงไว้บนหลักทรัพย์เป็นระยะเวลาล่วงหน้า 3 วันทำการก่อนวันปิดสมุดทะเบียน พักการโอนหลักทรัพย์ ในกรณีตราสารทุน และล่วงหน้า 2 วันทำการก่อนวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหลักทรัพย์ ในกรณีตราสารหนี้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ติดเครื่องหมายประเภทดังกล่าวไว้บนหลักทรัพย์ใด หมายความว่า ราคาที่ เสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงระยะเวลาที่ขึ้นเครื่องหมายนั้น เป็นราคาที่ไม่รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่บริษัทผู้ออก หลักทรัพย์ให้หรือจะให้แก่ผู้ถือหลักทรัพย์นั้น และ ผู้ซื้อหลักทรัพย์นี้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ประเภทที่ระบุจากการ ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนี้

 
XD
(Excluding Dividend)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล
XR
(Excluding Right)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ XW (Excluding Warrant) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
XS
(Excluding Short-term Warrant)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
XT
(Excluding Transferable
Subscription Right)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
XI
(Excluding Interest)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
XP
(Excluding Principal)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
XA
(Excluding All)
ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น

คลิกเพื่อดูตารางปัจจุบันของบริษัทฯ

 

คำศัพท์การลงทุน [ไปข้างบน]

ท่านสามารถศึกษาคำต่างๆ ในการลงทุน ได้จาก
http://www.set.or.th/th/education/investment/glossary_p1.html